แก้ปัญหาลูกป่วยบ่อย ด้วย 3 สารอาหารงานวิจัย
เรื่องราวดีๆจาก Promom สำหรับคุณแม่และลูกน้อย
ลูกป่วยบ่อย เกิดจากอะไร?
ลูกมีน้ำมูก ไอ จาม หรือเป็นไข้บ่อย อาจทำให้พ่อแม่กังวลว่า “ลูกภูมิคุ้มกันไม่ดีหรือเปล่า?” โดยเฉพาะเด็กเล็กที่เพิ่งเข้าโรงเรียนหรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็กคนอื่น เพราะมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคจากเพื่อน ของเล่น และพื้นที่ใช้ร่วมกันได้ง่าย
แต่ลูกป่วยบ่อยไม่ได้แปลว่าภูมิคุ้มกันอ่อนแอเสมอไป อาการบางอย่างอาจเป็นหวัดทั่วไป ขณะที่อาการจาม น้ำมูกใส คัดจมูก หรือขยี้จมูกซ้ำ ๆ อาจเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้ หากลูกมีอาการเดิมเกิดขึ้นซ้ำเมื่อเจอฝุ่น อากาศเปลี่ยน หรืออยู่ในสถานที่บางแห่ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
การดูแลสุขภาพลูกจึงไม่ควรเน้นเพียงการหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ควรมองภาพรวมทั้งการกิน การนอน การล้างมือ การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพตามวัย สำหรับสารอาหารที่นำมาศึกษาเกี่ยวกับการดูแลภูมิคุ้มกัน เช่น Elderberry เบต้ากลูแคน และโพรไบโอติกส์นั้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามชนิด ปริมาณ และรูปแบบผลิตภัณฑ์ จึงควรใช้เป็นตัวช่วยเสริม ไม่ใช่ทดแทนการดูแลสุขภาพพื้นฐาน
3 สารอาหารที่มีงานวิจัยศึกษา
1. Elderberry สารสกัดจากผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
Elderberry หรือแบล็กเอลเดอร์เบอร์รี เป็นผลไม้จากพืชชนิดหนึ่งที่มีสารประกอบหลายกลุ่ม รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีการนำสารสกัด Elderberry มาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มุ่งดูแลสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกัน
2. เบต้ากลูแคน สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
เบต้ากลูแคน หรือ Beta-glucan เป็นสารอาหารที่พบได้ในอาหารบางชนิด เช่น ธัญพืช เห็ด และยีสต์ สารอาหารกลุ่มนี้มีการศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการตอบสนองของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันร่างกาย
โดย งานทบทวนประโยชน์ของเบต้ากลูแคนในเด็ก ระบุว่าเบต้ากลูแคนอาจช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา ปริมาณ และรูปแบบของเบต้ากลูแคน
สำหรับเด็ก เบต้ากลูแคนอาจเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโภชนาการ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นสารที่ช่วยป้องกันหวัดหรือภูมิแพ้ได้โดยตรง หากลูกมีโรคประจำตัว กำลังใช้ยา หรือมีภาวะสุขภาพเฉพาะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเบต้ากลูแคน
3. โพรไบโอติกส์ ดูแลสมดุลจุลินทรีย์ที่ดี
โพรไบโอติกส์ หรือ Probiotics คือจุลินทรีย์มีชีวิตบางสายพันธุ์ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับการดูแลสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร
โพรไบโอติกส์แต่ละสายพันธุ์มีคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงไม่ควรดูแค่คำว่า “โพรไบโอติกส์” บนฉลาก แต่ควรพิจารณาสายพันธุ์ ปริมาณ วิธีเก็บรักษา และช่วงวัยที่เหมาะสมร่วมด้วย
โดย งานทบทวนและการวิเคราะห์อภิมานเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์เพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็ก พบว่าโพรไบโอติกส์อาจช่วยลดโอกาสเกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจบางประเภทหรือช่วยลดระยะเวลาของอาการได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์และผลิตภัณฑ์ จึงไม่ควรเหมารวมว่าโพรไบโอติกส์ทุกชนิดให้ผลเหมือนกัน
การรับประทานโพรไบโอติกส์ไม่ได้รับประกันว่าลูกจะไม่ป่วย แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและโภชนาการในเด็กที่เหมาะสม
ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ดูแลลูกป่วยบ่อยควบคู่กับอะไรบ้าง?
จัดอาหารให้หลากหลาย
ลูกควรได้รับอาหารหลายกลุ่ม ทั้งโปรตีน ผัก ผลไม้ ข้าวหรือแป้ง และไขมันที่เหมาะสม หากลูกเลือกกิน ควรค่อย ๆ ฝึกให้ลองอาหารใหม่โดยไม่บังคับจนมื้ออาหารกลายเป็นความเครียด
ให้ลูกนอนอย่างเพียงพอ
การนอนช่วยให้ร่างกายได้พักฟื้นและสนับสนุนการทำงานโดยรวมของร่างกาย ควรกำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้สม่ำเสมอ รวมถึงลดการใช้หน้าจอก่อนนอน
สอนให้ล้างมือ
ให้ลูกล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังกลับจากโรงเรียน และหลังเล่นกับของเล่นหรือสัตว์เลี้ยง เพื่อลดการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
ให้ลูกได้เคลื่อนไหว
การวิ่งเล่น เล่นสนามเด็กเล่น เต้น ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมที่เหมาะกับวัย ช่วยให้ลูกได้ใช้ร่างกายและสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ
ดูแลสิ่งแวดล้อม
หากลูกมีอาการภูมิแพ้ ควรสังเกตสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เชื้อรา ควันบุหรี่ หรืออากาศเปลี่ยน พร้อมดูแลห้องนอนและเครื่องนอนให้สะอาด
ลูกป่วยบ่อยแบบไหนควรพบแพทย์?
ควรพาลูกไปพบแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้
- ป่วยบ่อยจนกระทบการเรียนหรือกิจวัตร
- อาการแต่ละครั้งรุนแรงหรือฟื้นตัวช้า
- มีไข้สูงซ้ำ ๆ หรือไข้ไม่ลด
- หายใจเร็ว หอบ หรือมีเสียงหวีด
- น้ำหนักไม่เพิ่ม กินได้น้อย หรือผอมลง
- มีอาการท้องเสียเรื้อรังหรือป่วยหลายระบบ
- มีน้ำมูก คัดจมูก หรือไอเรื้อรัง
- มีอาการแพ้ที่รบกวนการนอนและการใช้ชีวิต
- ลูกซึม ดื่มน้ำน้อย หรือปัสสาวะน้อย
แพทย์จะประเมินประวัติการเจ็บป่วย การกิน การนอน การเติบโต และอาการร่วม เพื่อแยกว่าลูกป่วยจากการติดเชื้อ ภูมิแพ้ หรือมีภาวะสุขภาพอื่นที่ควรดูแลเป็นพิเศษ
ดูแลภูมิคุ้มกันลูก เริ่มจากพื้นฐานที่ทำได้ทุกวัน
ลูกป่วยบ่อยไม่ได้หมายความว่ามีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเสมอไป พ่อแม่ควรสังเกตอาการ ความถี่ ความรุนแรง และระยะเวลาฟื้นตัวของลูก รวมถึงแยกให้ได้ว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือมีสัญญาณผิดปกติที่ควรพบแพทย์
Elderberry เบต้ากลูแคน และโพรไบโอติกส์เป็นสารอาหารที่มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกัน แต่ยังไม่ควรใช้แทนการรักษาหรือคาดหวังว่าจะป้องกันการป่วยได้ทั้งหมด หากลูกเลือกรับประทานอาหารหรือได้รับสารอาหารบางกลุ่มไม่เพียงพอ อาจพิจารณา Multi IMMU 24 และ Multi IMMU 24 Plus เป็นตัวช่วยเสริมตามช่วงวัยและคำแนะนำบนฉลาก ควบคู่กับอาหารที่หลากหลาย การนอนที่เพียงพอ สุขอนามัย และการดูแลจากแพทย์เมื่อมีอาการน่ากังวลครับ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกป่วยบ่อย แปลว่าภูมิคุ้มกันอ่อนแอไหม?
ไม่เสมอไปครับ เด็กอาจสัมผัสเชื้อโรคจากโรงเรียนหรือคนรอบข้างได้บ่อย รวมถึงอาจมีภูมิแพ้ที่ทำให้มีอาการคล้ายหวัด ควรดูความรุนแรง ระยะเวลาป่วย และการฟื้นตัวร่วมกัน
Elderberry ช่วยป้องกันหวัดให้ลูกไหม?
ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะสรุปว่า Elderberry ป้องกันหวัดได้โดยตรง งานวิจัยบางส่วนศึกษาผลต่ออาการติดเชื้อทางเดินหายใจ แต่ผลยังมีจำกัดและไม่สอดคล้องกันทุกการศึกษา
เบต้ากลูแคนช่วยรักษาภูมิแพ้ไหม?
ไม่ครับ เบต้ากลูแคนไม่ใช่ยารักษาภูมิแพ้ หากลูกมีอาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือไอเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและรับการดูแลที่เหมาะสม
โพรไบโอติกส์สำหรับเด็กเลือกอย่างไร?
ควรดูสายพันธุ์ ปริมาณ อายุที่เหมาะสม วิธีเก็บรักษา และคำแนะนำบนฉลาก หากลูกมีโรคประจำตัวหรือภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก Promom
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก
บทความอื่นๆที่น่าสนใจ
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก





สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.




