7 ภัยใกล้ตัวเด็กช่วงน้ำท่วม ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

7 ภัยใกล้ตัวเด็กช่วงน้ำท่วม ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

เรื่องราวดีๆจาก Promom สำหรับคุณแม่และลูกน้อย

7 ภัยใกล้ตัวเด็กช่วงน้ำท่วม ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ถ้าน้ำท่วมหน้าบ้านในวันนี้ คนเป็นพ่อแม่มั่นใจหรือไม่ว่าบริเวณที่ลูกกำลังเดินอยู่นั้นปลอดภัยจริงๆ? น้ำที่ดูตื้นและนิ่งอาจซ่อนหลุม ท่อระบายน้ำ เศษของมีคม เชื้อโรค หรือสัตว์มีพิษเอาไว้ ขณะที่เด็กยังประเมินอันตรายได้ไม่ดีและอาจมองว่าน้ำท่วมเป็นพื้นที่สำหรับเล่นหรือสำรวจสิ่งใหม่ ๆ พ่อแม่จึงควรรู้จักภัยใกล้ตัวเด็กช่วงน้ำท่วมทั้ง 7 ข้อ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดและดูแลลูกได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

1. การพลัดตกน้ำและการจมน้ำ

การจมน้ำเป็นภัยสำคัญที่ต้องระวังในช่วงน้ำท่วม เพราะเด็กอาจพลัดตกจากทางเดิน สะพานชั่วคราว ขอบถนน หรือพื้นที่ที่มีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว น้ำที่ดูตื้นหรือนิ่งก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณที่มีหลุม บ่อ ท่อระบายน้ำ หรือกระแสน้ำใต้น้ำ

เด็กเล็กไม่ควรเข้าใกล้น้ำท่วมขังโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ และไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำโดยหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ทัน หากจำเป็นต้องพาเด็กผ่านพื้นที่น้ำท่วม ควรเลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถฝ่ากระแสน้ำ

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือกั้นพื้นที่ห้ามเข้าให้ชัดเจน เก็บของเล่นหรือสิ่งของที่อาจดึงดูดให้เด็กเดินเข้าใกล้น้ำ และให้เด็กอยู่ในบริเวณที่มีผู้ใหญ่สังเกตเห็นได้ตลอดเวลา เพราะน้ำท่วมอาจทำให้เด็กจมน้ำได้แม้มีระดับไม่สูง

2. ไฟฟ้าดูดและไฟฟ้าช็อต

น้ำกับไฟฟ้าเป็นอันตรายที่ไม่ควรอยู่ใกล้กัน น้ำที่ท่วมเข้าบ้านหรือขังอยู่บริเวณปลั๊กไฟ สายไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจมีไฟฟ้ารั่วโดยที่มองไม่เห็น เด็กที่เดินเท้าเปล่าหรือใช้มือแตะผนังและอุปกรณ์ใกล้ตัวจึงมีความเสี่ยงได้รับอันตราย

พ่อแม่ควรตัดกระแสไฟฟ้าจากจุดที่ปลอดภัยก่อนเข้าไปจัดการพื้นที่ และไม่ควรจับปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะตัวเปียกหรือยืนอยู่ในน้ำ หากพบสายไฟขาด เสาไฟล้ม หรือมีประกายไฟ ไม่ควรเข้าใกล้และควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจด้วยภาษาง่าย ๆ ว่าไม่ควรแตะปลั๊กไฟ สายไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงน้ำท่วม แม้สิ่งของเหล่านั้นจะดูเหมือนไม่มีความผิดปกติก็ตาม

3. บาดแผลจากของมีคมและสิ่งของใต้น้ำ

น้ำท่วมอาจพัดพาเศษแก้ว ตะปู เศษโลหะ ไม้ หรือวัสดุที่แตกหักเข้ามาในบ้านและบริเวณทางเดิน สิ่งเหล่านี้อาจมองไม่เห็นเมื่อน้ำขุ่น ทำให้เด็กเหยียบหรือเดินชนจนเกิดบาดแผลได้

ไม่ควรให้เด็กเดินเท้าเปล่าในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง หากจำเป็นต้องเดินผ่านพื้นที่ดังกล่าว ควรสวมรองเท้าที่ป้องกันเท้าได้เหมาะสม และมีผู้ใหญ่ช่วยประคองอย่างใกล้ชิด เมื่อกลับเข้าบ้านควรล้างเท้าและตรวจดูว่ามีบาดแผล รอยถลอก หรือสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่

หากพบแผลลึก มีสิ่งของปักคา แผลสกปรกมาก หรือมีอาการบวม แดง ปวด และมีหนอง ควรพาเด็กไปพบแพทย์ ไม่ควรพยายามดึงสิ่งแปลกปลอมออกเองในกรณีที่ฝังลึก เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น

4. เชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนในน้ำท่วม

น้ำท่วมอาจปะปนกับน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะ สารเคมี และเชื้อโรคต่าง ๆ เด็กมีพฤติกรรมเอามือเข้าปากหรือหยิบของกินโดยไม่ล้างมือบ่อยกว่าผู้ใหญ่ จึงควรใส่ใจสุขอนามัยเป็นพิเศษ

พ่อแม่ควรล้างมือให้เด็กด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังสัมผัสสิ่งของหรือพื้นที่ที่อาจเปื้อนน้ำท่วม ไม่ควรให้เด็กนำของเล่นที่ตกน้ำท่วมเข้าปาก และของเล่นที่สัมผัสน้ำท่วมควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสมก่อนนำกลับมาใช้

ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือเก็บไว้โดยไม่มีภาชนะปิดสนิท เพราะการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการท้องเสีย อาเจียน และโรคทางเดินอาหารได้

5. โรคที่มากับน้ำท่วม

นอกจากโรคทางเดินอาหารแล้ว ช่วงน้ำท่วมยังต้องระวังโรคและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคตาแดง โรคน้ำกัดเท้า โรคไข้ฉี่หนู ไข้เลือดออก และโรคระบบทางเดินหายใจ กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนระวังทั้งโรคติดเชื้อและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการสัมผัสน้ำ สิ่งปนเปื้อน ยุง หรือสัตว์นำโรค โดยเฉพาะในเด็กที่ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

หลังเด็กสัมผัสน้ำท่วมหรือพื้นที่เปียกชื้น ควรรีบล้างมือ ล้างเท้า และทำความสะอาดร่างกาย หากมีแผลหรือรอยถลอก ควรล้างให้สะอาดและปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำเพื่อป้องกันการสัมผัสสิ่งสกปรกโดยตรง

อาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อาเจียน ท้องเสีย ตาแดง ผื่นคัน แผลบวมแดง หรือหายใจผิดปกติ หากเด็กมีอาการเหล่านี้หลังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมให้ชัดเจน

6. สัตว์มีพิษและสัตว์ที่หนีน้ำ

เมื่อน้ำท่วม สัตว์บางชนิดอาจหนีน้ำเข้ามาอยู่ในบ้าน ใต้กองสิ่งของ รองเท้า กล่อง หรือบริเวณซอกมุมที่แห้งกว่า จึงมีโอกาสพบงู ตะขาบ แมงป่อง หรือแมลงที่สามารถกัดต่อยได้

ก่อนให้เด็กเข้าไปในห้อง เก็บของ หรือสวมรองเท้า พ่อแม่ควรตรวจดูบริเวณโดยรอบเสียก่อน ไม่ควรให้เด็กค้นหรือจับสัตว์ที่ไม่รู้จัก หากพบสัตว์มีพิษควรถอยออกจากพื้นที่และเรียกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยจัดการ ไม่ควรใช้มือเปล่าจับหรือพยายามไล่สัตว์ด้วยวิธีที่เสี่ยง

หากเด็กถูกกัดหรือต่อย ควรล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการขยี้หรือกรีดแผล และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดมาก บวมลาม ผื่นขึ้น หายใจลำบาก อาเจียน หรือซึมลง หากทำได้ ควรจดจำลักษณะของสัตว์จากระยะปลอดภัยเพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินได้เหมาะสม

7. ความเครียดและความกลัวจากสถานการณ์น้ำท่วม

ภัยใกล้ตัวเด็กช่วงน้ำท่วมไม่ได้มีเฉพาะอันตรายทางร่างกายเท่านั้น เสียงฝนตกหนัก น้ำไหลเข้าบ้าน การต้องย้ายที่อยู่ชั่วคราว หรือการเห็นผู้ใหญ่กังวล อาจทำให้เด็กรู้สึกกลัว สับสน และไม่มั่นคง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้ไม่ดี

พ่อแม่ควรพูดคุยกับเด็กด้วยน้ำเสียงสงบ อธิบายสถานการณ์ตามวัย และบอกให้เด็กรู้ว่าผู้ใหญ่กำลังดูแลความปลอดภัยอยู่ ไม่ควรพูดถึงเหตุการณ์รุนแรงซ้ำ ๆ ต่อหน้าเด็ก หรือทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของปัญหา

การจัดกิจวัตรเล็ก ๆ ให้ใกล้เคียงเดิม เช่น เวลากินอาหาร เวลาเข้านอน หรือการอ่านนิทาน อาจช่วยให้เด็กรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น หากเด็กมีอาการหวาดกลัวมาก นอนไม่หลับ ฝันร้าย เก็บตัว หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องหลังเหตุการณ์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเพิ่มเติม

พ่อแม่ควรเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความสับสนเมื่อเกิดน้ำท่วมได้ พ่อแม่ควรจัดกระเป๋าหรือกล่องของใช้สำหรับเด็กไว้ในจุดที่หยิบง่าย โดยอาจมีสิ่งของจำเป็น เช่น

  • น้ำดื่มสะอาดและอาหารที่เก็บได้นาน
  • สบู่ เจลล้างมือ และผ้าเช็ดตัว
  • เสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสม
  • ยาประจำตัว และผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันของลูก
  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และโทรศัพท์ที่ชาร์จพร้อมใช้
  • เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินและข้อมูลสถานพยาบาลใกล้บ้าน

เพราะความปลอดภัยของลูกสำคัญเสมอ

น้ำท่วมอาจทำให้เด็กเสี่ยงทั้งการจมน้ำ ไฟฟ้าดูด บาดแผล เชื้อโรค สัตว์มีพิษ และความเครียดจากเหตุการณ์ พ่อแม่จึงควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เล่นน้ำ รักษาความสะอาดของมือและร่างกาย ตรวจพื้นที่ก่อนให้เด็กเข้าใกล้ และสังเกตอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมความพร้อมที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถทดแทนการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์เมื่อเด็กมีอาการผิดปกติ หากต้องการคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Promom เพื่อเตรียมพร้อมดูแลเด็กในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสมครับ

เรื่องราวดีๆจาก Promom

เจ้าของบทความ

Promom Content Team

หรือติดตามได้ที่เพจ Promom Thailand

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก Promom

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Nutri Plus 41&42 เพิ่มน้ำนมแม่

สำหรับคุณแม่หลังคลอด จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Multi-IMMU 24+ (เด็กโต) ลดภูมิแพ้

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Multi-IMMU 24 (เด็กเล็ก) ลดภูมิแพ้

สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

DHA Probio 9+ (เด็กโต) พัฒนาสมอง

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

DHA Probio 9 (เด็กเล็ก) พัฒนาสมอง

สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Cal-D-KII 6+ เพิ่มความสูง

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

แหล่งข้อมูล

... สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.
ติดต่อโปรมัม
...
...
...

โทรศัพท์: 02 114 8788

อีเมลล์: [email protected]

...
...
Professional Mom (Thailand) Co., Ltd. เลขที่ 117 ซอยศูนย์การค้าสาย 4 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000.