ลูกสูงไม่เท่าเพื่อน เกิดจากอะไร? เช็กปัจจัยที่พ่อแม่ช่วยดูแลได้ | Promom ความทุ่มเทของคุณหมอหัวใจแม่
Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

ลูกสูงไม่เท่าเพื่อน เกิดจากอะไร? เช็กปัจจัยที่พ่อแม่ช่วยดูแลได้

เรื่องราวดีๆจาก Promom สำหรับคุณแม่และลูกน้อย

ลูกสูงไม่เท่าเพื่อน เกิดจากอะไร? เช็กปัจจัยที่พ่อแม่ช่วยดูแลได้

เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียน พ่อแม่หลายบ้านอาจสังเกตว่าลูกสูงไม่เท่าเพื่อนในห้อง หรือดูตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันจนอดกังวลไม่ได้ว่าเติบโตช้าหรือเปล่า ความรู้สึกนี้เข้าใจได้ เพราะความสูงเป็นสิ่งที่มองเห็นชัดในชีวิตประจำวัน แต่การที่เด็กคนหนึ่งดูเตี้ยกว่าเพื่อนไม่ได้แปลว่ามีปัญหาด้านการเจริญเติบโตเสมอไป

Promom อยากชวนพ่อแม่มองเรื่องความสูงของลูกให้รอบด้านขึ้น เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตไม่เท่ากัน บางคนตัวเล็กมาตลอดแต่ยังโตต่อเนื่องตามแนวของตัวเองได้ดี ขณะที่บางคนเคยเพิ่มส่วนสูงสม่ำเสมอแล้วเริ่มชะลอลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรสังเกตมากกว่า เป้าหมายจึงไม่ใช่การเร่งให้ลูกสูงที่สุด แต่คือการช่วยให้ลูกเติบโตได้เต็มศักยภาพของร่างกายตัวเอง

ลูกสูงไม่เท่าเพื่อน ไม่ได้แปลว่าเตี้ยผิดปกติเสมอไป

เด็กในห้องเดียวกันอาจมีอายุต่างกันหลายเดือน เด็กที่เกิดต้นปีกับเด็กที่เกิดปลายปีจึงอาจมีความแตกต่างด้านส่วนสูง น้ำหนัก หรือพัฒนาการในบางช่วงได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ เด็กแต่ละคนยังมีช่วงโตเร็ว หรือ Growth Spurt ที่ไม่พร้อมกัน บางคนสูงขึ้นชัดเจนในวัยประถมต้น ขณะที่บางคนอาจโตพุ่งขึ้นเมื่อใกล้เข้าสู่วัยรุ่น

แทนที่จะเปรียบเทียบส่วนสูงของลูกกับเพื่อน ควรติดตามด้วยกราฟความสูงตามวัย ซึ่งใช้ดูส่วนสูงตามอายุและเพศ รวมถึงช่วยให้เห็นแนวโน้มการเติบโตจากการวัดต่อเนื่องหลายครั้ง กราฟจึงไม่ได้มีไว้ตัดสินว่าเด็กคนหนึ่ง “สูงดี” หรือ “เตี้ยเกินไป” จากตัวเลขเพียงวันเดียว แต่ช่วยให้เห็นว่าลูกกำลังเติบโตตามแนวของตัวเองต่อเนื่องหรือไม่

เด็กที่อยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ค่อนข้างต่ำ แต่ยังเพิ่มส่วนสูงได้สม่ำเสมอ มีน้ำหนักและพัฒนาการเหมาะกับวัย อาจยังเป็นการเติบโตปกติตามลักษณะเฉพาะตัว ในทางกลับกัน หากลูกเคยโตตามแนวเดิม แต่ส่วนสูงเพิ่มช้าลงมากหรือเส้นกราฟลดลงข้ามหลายแนว ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติมครับ

อินโฟกราฟิก 4 พื้นฐานช่วยสนับสนุนการเติบโตของเด็ก ได้แก่ อาหาร การนอน การเคลื่อนไหว และการติดตามความสูง

ความสูงของลูกขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

ความสูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดื่มนมหรือรับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว ร่างกายต้องอาศัยหลายปัจจัยทำงานร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม อาหาร การนอน สุขภาพ และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

พันธุกรรมเป็นพื้นฐานของศักยภาพความสูง

ส่วนสูงของพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ประเมินกรอบความสูงที่อาจเป็นไปได้ของลูก เด็กที่พ่อแม่ตัวเล็กอาจมีแนวโน้มตัวเล็กตามพันธุกรรมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนั้นจะมีปัญหาหรือเติบโตไม่สมวัย

สิ่งที่สำคัญกว่าการดูส่วนสูงของลูกในวันเดียว คือการดูอัตราการเพิ่มของความสูงในแต่ละปี เด็กที่ตัวเล็กแต่ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง มีพลังงานดี กินได้ นอนหลับได้ และไม่มีอาการผิดปกติร่วม อาจกำลังเติบโตตามศักยภาพของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมไม่สามารถอธิบายได้ทุกกรณี เด็กที่มีศักยภาพด้านส่วนสูงดีอาจเติบโตได้ไม่เต็มที่ หากได้รับพลังงานหรือโปรตีนไม่พอเป็นเวลานาน มีโรคเรื้อรัง นอนน้อย หรือมีภาวะที่กระทบการดูดซึมสารอาหาร

โภชนาการคือวัตถุดิบที่ร่างกายใช้เติบโต

กระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ต้องใช้สารอาหารหลากหลาย โปรตีนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ขณะที่แคลเซียมเป็นแร่ธาตุหลักชนิดหนึ่งในกระดูกและฟัน ส่วนวิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ดีขึ้น

เด็กอายุ 1-3 ปีควรได้รับแคลเซียมรวมประมาณ 700 มิลลิกรัมต่อวัน เด็กอายุ 4-8 ปีควรได้รับประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และเด็กอายุ 9-18 ปีควรได้รับประมาณ 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน โดยนับรวมจากอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดที่รับประทานในแต่ละวัน

แหล่งแคลเซียมที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ นม โยเกิร์ต ชีส ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานได้ทั้งกระดูก เต้าหู้บางชนิด งา และอาหารที่เสริมแคลเซียม แต่การดูแลโภชนาการของลูกไม่ควรจบแค่การนับแก้วนมหรือเลือกอาหารชนิดเดียว ควรดูภาพรวมว่าลูกได้รับโปรตีนจากไข่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ เต้าหู้ หรือถั่วอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ และมีผักผลไม้หลากหลายในแต่ละวันเพียงพอแค่ไหน

เด็กที่เลือกกินมาก ดื่มนมน้อย แพ้อาหาร หรือกินอาหารชนิดเดิมซ้ำ ๆ อาจมีโอกาสได้รับสารอาหารบางกลุ่มไม่ครบ การปรับเมนูให้หลากหลายและค่อย ๆ ฝึกให้ลูกเปิดรับอาหารใหม่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่ารีบหาตัวช่วยเสริมทันที

การนอนเป็นช่วงที่ร่างกายพักฟื้นและเติบโต

การนอนไม่ได้เป็นเพียงเวลาพักจากการเรียนและการเล่น แต่เป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นตัวและมีการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต เด็กวัยเรียนจึงควรนอนให้ได้อย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ

โดยทั่วไป เด็กอายุ 6-12 ปี ควรนอนประมาณ 9-12 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง ส่วนวัยรุ่นอายุ 13-18 ปีควรนอนประมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาผ่านวงจรการนอนหลับได้อย่างเหมาะสม

พ่อแม่สามารถช่วยวาง Routine การนอนให้ทำได้จริงในแต่ละบ้าน เช่น

  • กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้ใกล้เคียงกันทุกวัน
  • ปิดหน้าจอ โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือเกมก่อนนอน
  • จัดห้องนอนให้มืด เงียบ และอุณหภูมิสบาย
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนช่วงบ่ายและเย็น
  • จัดกิจกรรมก่อนนอนที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น อ่านนิทาน ฟังเพลง หรือพูดคุยกันสั้น ๆ

การนอนดึกเป็นครั้งคราวไม่ได้ทำให้ลูกเตี้ยทันที แต่การนอนไม่พอหรือนอนดึกเป็นประจำอาจกระทบสุขภาพ พลังงานระหว่างวัน และคุณภาพการพักผ่อนโดยรวมได้

กล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวสำคัญไม่แพ้กระดูก

ความสูงไม่ได้หมายถึงความยาวของกระดูกเพียงอย่างเดียว เด็กที่แข็งแรงควรมีทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ การทรงตัว และทักษะการเคลื่อนไหวที่พัฒนาเหมาะสมกับวัย การวิ่ง กระโดด ปีนป่าย เต้น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาตามความชอบ ช่วยให้เด็กได้ใช้ร่างกายในชีวิตประจำวันและสร้างนิสัยรักการเคลื่อนไหวตั้งแต่เด็ก

เด็กและวัยรุ่นควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน โดยไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องในครั้งเดียว สามารถแบ่งเป็นการเดินไปโรงเรียน เล่นสนามหลังเลิกเรียน เต้นตามเพลง หรือเล่นกีฬาช่วงเย็นได้ตามความเหมาะสม

เป้าหมายไม่ใช่การเลือกกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งเพราะเชื่อว่าจะทำให้ลูก “สูง” แต่คือการช่วยให้ลูกได้ขยับร่างกายอย่างสนุก ปลอดภัย และต่อเนื่อง หากลูกไม่ชอบกีฬาที่แข่งขัน ลองเริ่มจากกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทำร่วมกันในบ้าน เช่น เต้นตามเพลง เดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือพาลูกไปเล่นสนามใกล้บ้านก็ได้

ลูกสูงไม่เท่าเพื่อนแบบไหนควรพบแพทย์?

พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกเตี้ยมากก่อนจึงพาไปพบแพทย์ หากสังเกตว่าลูกสูงน้อยกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก โตช้าลงจากเดิม หรือกราฟความสูงค่อย ๆ ลดลงจากแนวเดิม ก็สามารถนัดพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินได้

การประเมินการเจริญเติบโตจะไม่ได้ดูเฉพาะตัวเลขส่วนสูง แต่จะดูน้ำหนัก อัตราการเพิ่มความสูงในแต่ละปี ประวัติครอบครัว อาหาร การนอน โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และพัฒนาการด้านอื่นร่วมด้วย

ควรพาลูกไปประเมินหากพบสัญญาณต่อไปนี้

  • ส่วนสูงต่ำกว่าช่วงที่ควรเป็นบนกราฟการเติบโต
  • ลูกเพิ่มส่วนสูงช้าลงชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน
  • เส้นกราฟความสูงลดลงข้ามหลายแนวต่อเนื่อง
  • น้ำหนักขึ้นช้า ผอมลง หรือกินได้น้อยต่อเนื่อง
  • มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย เหนื่อยง่าย หรือป่วยบ่อย
  • พัฒนาการด้านอื่นล่าช้าหรือการเข้าสู่วัยรุ่นต่างจากที่ควรเป็น
  • พ่อแม่รู้สึกกังวล แม้ยังไม่แน่ใจว่าลูกเติบโตผิดปกติหรือไม่

เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก หรือมีอัตราการโตช้าลง ควรได้รับการประเมินสาเหตุของภาวะตัวเตี้ยโดยกุมารแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องได้ตั้งแต่ลักษณะตามพันธุกรรม ภาวะขาดสารอาหาร ไปจนถึงโรคเรื้อรังหรือความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด 

การพบแพทย์ไม่ได้แปลว่าลูกต้องได้รับยาหรือฮอร์โมนเสริมเสมอไป แต่ช่วยให้พ่อแม่เข้าใจแนวโน้มการเติบโตของลูกและเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะกับแต่ละคนได้มากขึ้น

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องความสูงเด็ก

ดื่มนมเยอะอย่างเดียว ลูกจะสูงแน่นอน

นมเป็นหนึ่งในแหล่งของโปรตีนและแคลเซียม แต่การเติบโตของเด็กต้องใช้สารอาหารหลากหลาย เด็กยังต้องได้รับพลังงานที่เพียงพอ โปรตีนจากหลายแหล่ง วิตามินและแร่ธาตุอื่น รวมถึงการนอนและกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม

การบังคับให้ดื่มนมมากเกินไปจึงไม่ใช่คำตอบ เพราะอาจทำให้ลูกอิ่มและรับประทานอาหารมื้อหลักได้น้อยลง พ่อแม่ควรจัดอาหารให้หลากหลายมากกว่าเน้นให้ลูกต้องกินสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทำให้ลูกสูงเกินพันธุกรรมได้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีหน้าที่ทำให้เด็กสูงเกินศักยภาพทางพันธุกรรม หน้าที่ของสารอาหารคือช่วยสนับสนุนให้ร่างกายมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และการเติบโตตามวัย

หากเด็กได้รับอาหารครบถ้วน ไม่มีภาวะขาดสารอาหาร และมีสุขภาพทั่วไปดี อาจไม่จำเป็นต้องเสริมสารอาหารทุกชนิด ขณะที่เด็กที่เลือกกิน ดื่มนมน้อย หรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร อาจต้องประเมินร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรว่าได้รับสารอาหารสำคัญเพียงพอหรือไม่

รอให้เข้าสู่วัยรุ่นแล้วค่อยเริ่มดูแลก็ได้

การเติบโตเป็นกระบวนการสะสมต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็ก พฤติกรรมกินอาหาร การนอน และการเคลื่อนไหวจึงไม่ควรรอให้ลูกเริ่มกังวลเรื่องความสูงแล้วค่อยปรับ การวางพื้นฐานที่ดีในทุกวันช่วยสนับสนุนการสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อในช่วงวัยที่ร่างกายกำลังพัฒนา

Cal-D KII 6+ และ Cal-D Kiiz ช่วยอยู่ตรงไหน?

เมื่อดูแลอาหารหลัก การนอน และกิจกรรมทางกายของลูกแล้ว แต่ยังพบว่าลูกมีพฤติกรรมเลือกกิน ดื่มนมน้อย หรือมีข้อจำกัดด้านอาหารจนกังวลว่าได้รับแคลเซียมหรือวิตามินดีไม่เพียงพอ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มโภชนาการบางส่วนได้

Cal-D Kiiz และ Cal-D KII 6+ สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Routine โภชนาการสำหรับเด็กตามอายุและคำแนะนำบนฉลาก โดยควรมองว่าเป็นตัวช่วยเสริม ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สูงทันที และไม่ใช้แทนอาหารมื้อหลัก การนอนที่เพียงพอ หรือกิจกรรมทางกาย หากลูกมีโรคประจำตัว ใช้ยาต่อเนื่อง มีประวัติแพ้อาหาร หรือมีความกังวลเรื่องการเติบโตมากกว่าปกติ ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อช่วยเลือกแนวทางที่เหมาะกับสุขภาพและช่วงวัยของลูก

เมื่อลูกสูงไม่เท่าเพื่อน สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกไม่ใช่การเร่งหาผลิตภัณฑ์เพิ่มความสูง แต่คือการมองแนวโน้มการเติบโตของลูกอย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลพื้นฐานให้ครบทั้งอาหาร การนอน การเคลื่อนไหว และสุขภาพทั่วไป Promom เชื่อว่าการเติบโตที่ดีไม่ได้วัดจากการสูงกว่าใคร แต่คือการที่ลูกแข็งแรง มีพัฒนาการเหมาะกับวัย และได้เติบโตเต็มศักยภาพของตัวเอง หากต้องการดูตัวช่วยด้านโภชนาการเพิ่มเติม สามารถดูผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็กของ Promom เพื่อพิจารณาตัวเลือกให้เหมาะกับช่วงวัยและพฤติกรรมการกินของลูกได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

ลูกสูงไม่เท่าเพื่อน ต้องพาไปหาหมอทันทีไหม?

ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปจากการเปรียบเทียบกับเพื่อนเพียงครั้งเดียว ควรวัดส่วนสูงและน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ แล้วติดตามแนวโน้มการเติบโตบนกราฟความสูงตามวัย หากลูกโตช้าลงชัดเจน ส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาก หรือมีน้ำหนักขึ้นช้าและอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินครับ

เด็กควรกินแคลเซียมวันละเท่าไร?

เด็กอายุ 1-3 ปีต้องการแคลเซียมประมาณ 700 มิลลิกรัมต่อวัน เด็กอายุ 4-8 ปีต้องการประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และเด็กอายุ 9-18 ปีต้องการประมาณ 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน โดยควรนับจากอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรวมกันครับ

ลูกดื่มนมน้อย ต้องเสริมแคลเซียมทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะแคลเซียมยังได้จากอาหารชนิดอื่น เช่น โยเกิร์ต ชีส เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย หรืองา ควรดูภาพรวมการกินของลูกก่อน หากลูกได้รับอาหารกลุ่มแคลเซียมน้อยต่อเนื่องหรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร อาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินความจำเป็นในการเสริมครับ

นอนดึกทำให้ลูกเตี้ยไหม?

การนอนดึกเป็นบางครั้งไม่ได้ทำให้เด็กเตี้ยทันที แต่การนอนน้อยหรือนอนดึกเป็นประจำอาจกระทบคุณภาพการพักผ่อนและสุขภาพโดยรวม พ่อแม่จึงควรช่วยให้ลูกมีเวลานอนที่เพียงพอ สม่ำเสมอ และเหมาะกับวัย

Cal-D Kiiz และ Cal-D KII 6+ ทำให้ลูกสูงขึ้นไหม?

Cal-D Kiiz และ Cal-D KII 6+ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้ช่วยเติมสารอาหารบางส่วนในเด็กที่ได้รับแคลเซียมหรือวิตามินดีจากอาหารไม่เพียงพอ ไม่สามารถทำให้เด็กสูงเกินศักยภาพทางพันธุกรรม หรือรับประกันความสูงตามตัวเลขที่กำหนดได้

เรื่องราวดีๆจาก Promom

เจ้าของบทความ

Promom Content Team

หรือติดตามได้ที่เพจ Promom Thailand

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก Promom

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Nutri Plus 41&42 เพิ่มน้ำนมแม่

สำหรับคุณแม่หลังคลอด จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Multi-IMMU 24+ (เด็กโต) ลดภูมิแพ้

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Multi-IMMU 24 (เด็กเล็ก) ลดภูมิแพ้

สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

DHA Probio 9+ (เด็กโต) พัฒนาสมอง

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

DHA Probio 9 (เด็กเล็ก) พัฒนาสมอง

สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Cal-D-KII 6+ เพิ่มความสูง

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

แหล่งข้อมูล

... สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.
ติดต่อโปรมัม
...
...
...

โทรศัพท์: 02 114 8788

อีเมลล์: [email protected]

...
...
Professional Mom (Thailand) Co., Ltd. เลขที่ 117 ซอยศูนย์การค้าสาย 4 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000.