ผิวลูกแพ้ง่าย ดูแลยังไง ? 7 วิธีปลอบประโลมผิวให้ชุ่มชื่น
Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

ผิวลูกแพ้ง่าย ดูแลยังไง? 7 วิธีปลอบประโลมผิวให้ชุ่มชื้นและระคายเคืองน้อยลง

เรื่องราวดีๆจาก Promom สำหรับคุณแม่และลูกน้อย

ผิวลูกแพ้ง่าย ดูแลยังไง? 7 วิธีปลอบประโลมผิวให้ชุ่มชื้นและระคายเคืองน้อยลง

ลูกอาบน้ำเสร็จแล้วผิวแห้ง แก้มแดงง่าย หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์นิดเดียวก็รู้สึกว่าผิวไม่สบาย เป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายบ้านกังวล Promom อยากชวนให้เริ่มจากการดูแล Routine ในแต่ละวันก่อน เพราะผิวที่เรียกว่า “แพ้ง่าย” ไม่ได้หมายความว่าลูกมีอาการแพ้หรือโรคผิวหนังเสมอไป แต่อาจเป็นผิวที่แห้ง บอบบาง หรือระคายเคืองต่อสิ่งรอบตัวได้ง่ายกว่าปกติ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทาผลิตภัณฑ์หลายอย่างเพื่อให้หายเร็วที่สุด แต่คือการลดสิ่งที่รบกวนผิว พร้อมรักษาความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ หากลูกมีผื่นมาก คันมาก เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการผิดปกติ ควรให้แพทย์ประเมินเพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน

7 วิธีปลอบประโลมผิวลูกในทุกวัน

1. อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น ไม่ร้อนจนเกินไป

น้ำที่ร้อนเกินไปและการแช่น้ำนานสามารถทำให้ผิวแห้งมากขึ้นได้ สำหรับเด็กที่มีผิวบอบบางควรใช้น้ำอุ่นในระดับสบายผิว อาบไม่นาน และหลีกเลี่ยงการถูหรือขัดผิวแรงๆ 

American Academy of Dermatology (AAD) แนะนำสำหรับเด็กที่มีผิวไวต่อการระคายเคืองจาก eczema ให้ใช้น้ำอุ่น อาบประมาณ 5-10 นาที ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยนและไม่มีน้ำหอมเฉพาะบริเวณที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงการขัดผิวแรงๆ

2. หลังอาบน้ำ อย่าปล่อยให้ผิวแห้งนาน

หลังอาบน้ำควรซับผิวลูกเบาๆ ไม่ถูแรง แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ขณะที่ผิวยังมีความชุ่มชื้นอยู่ เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว AAD และ American Academy of Pediatrics (AAP) ต่างให้ความสำคัญกับการใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ และมักแนะนำผลิตภัณฑ์ประเภทครีมหรือ ointment ที่ไม่มีน้ำหอมสำหรับเด็กที่มีผิวแห้งหรือ eczema. สำหรับเด็กทั่วไปที่มีผิว แพ้ง่าย หลักคิดสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องรอให้ผิวแห้งมากหรือเริ่มแดงก่อนจึงค่อยบำรุง การดูแลความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอทำได้ง่ายกว่าแก้ปัญหาหลังผิวระคายเคืองไปแล้ว

3. เลือกผลิตภัณฑ์แบบ “Fragrance-Free”

กลิ่นหอมไม่ได้แปลว่าไม่อ่อนโยน แต่สำหรับผิวที่ระคายเคืองง่าย ควรลดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด AAD แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Fragrance-Free สำหรับเด็กที่มี eczema และยังอธิบายว่า “Unscented” ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันเสมอไป เพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกลิ่นอาจยังมีสารที่ใช้กลบกลิ่นอยู่ได้. หลักเดียวกันสามารถนำมาใช้เวลาเลือก

  • สบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
  • แชมพู
  • มอยส์เจอไรเซอร์
  • น้ำยาซักผ้า
  • ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิวลูกเป็นประจำ

ไม่จำเป็นต้องมีหลายขั้นตอน แต่ควรเลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและสังเกตการตอบสนองของผิวลูกแต่ละคน

Promom ความทุ่มเทของคุณหมอหัวใจแม่

4. ลด “ความร้อน เหงื่อ และการเสียดสี” ที่รบกวนผิว

บางครั้งพ่อแม่เปลี่ยนครีมหลายตัวแล้ว แต่ลืมดูสิ่งที่สัมผัสผิวลูกตลอดวัน อากาศร้อน เหงื่อ เสื้อผ้าที่อับชื้น ป้ายเสื้อ ตะเข็บแข็ง หรือเสื้อที่รัดเกินไปสามารถเพิ่มความไม่สบายผิวในเด็กที่ผิวไวต่อการระคายเคืองได้ Promom จึงแนะนำแนวทางสำหรับเด็กที่มี eczema และทำกิจกรรม เช่น เลือกเสื้อผ้าที่ช่วยระบายเหงื่อ หลีกเลี่ยงป้ายเสื้อหรือส่วนที่เสียดสี และเลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ไม่มีน้ำหอมในชีวิตประจำวัน พ่อแม่จึงอาจเริ่มง่าย ๆ ด้วยการเลือกเสื้อผ้านุ่ม ระบายอากาศได้ดี และเปลี่ยนเสื้อเมื่อลูกเหงื่อออกมากหรือเสื้อเปียกชื้น

5. เช็ดน้ำลาย เหงื่อ และคราบต่างๆ อย่างอ่อนโยน

เด็กเล็กมีโอกาสเจอความชื้นบนผิวตลอดวัน ทั้งน้ำลาย อาหาร เหงื่อ หรือคราบนม โดยเฉพาะบริเวณแก้ม รอบปาก คอ และข้อพับ เมื่อจำเป็นต้องเช็ด ควรใช้ผ้านุ่มสะอาดและซับเบาๆ มากกว่าถูไปมาหลายครั้ง เพราะแรงเสียดสีเองก็สามารถเพิ่มการระคายเคืองได้ หากต้องทำความสะอาดบริเวณเดิมบ่อย ควรสังเกตด้วยว่าผิวเริ่มแห้งหรือแดงมากขึ้นหรือไม่ และเติมความชุ่มชื้นตามความเหมาะสม

6. ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็น Routine ไม่ใช่เฉพาะวันที่ผิวมีปัญหา

มอยส์เจอไรเซอร์ มีหน้าที่หลักในการช่วยเพิ่มและรักษาความชุ่มชื้นของผิว โดย NHS อธิบายว่า emollient ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและสร้างชั้นเคลือบบนผิวเพื่อลดการสูญเสียความชุ่มชื้น. จึงไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกมีผื่นหรือแห้งมากก่อนค่อยทา สำหรับเด็กที่ แพ้ง่าย อาจจัดเป็น Routine ง่าย ๆ เช่น ทาหลังอาบน้ำ และเติมบริเวณที่แห้งง่ายตามความจำเป็นระหว่างวัน สิ่งสำคัญคือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวเด็กและสังเกตว่าหลังใช้แล้วผิวมีอาการแสบ แดง คัน หรือระคายเคืองผิดปกติหรือไม่

7. รู้ว่าเมื่อไร “ปลอบประโลมผิวเอง” ไม่พอ

มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและการดูแลผิวได้ แต่ไม่ได้รักษาผื่นทุกประเภท ควรพาลูกพบแพทย์หากพบว่า

  • ผื่นลุกลามหรือเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
  • คันมากจนรบกวนการนอน
  • มีแผล น้ำเหลือง หรือสะเก็ดผิดปกติ
  • ผิวบวม ร้อน หรือเจ็บ
  • มีไข้หรืออาการทั่วร่างกายร่วมด้วย
  • ดูแลแล้วไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย

โดยเฉพาะหากสงสัย eczema หรือโรคผิวหนังอื่น การรักษาอาจต้องใช้ยาหรือแนวทางเฉพาะ ซึ่งมอยส์เจอไรเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ.

Baby Pure Glow อีกหนึ่งตัวช่วยดูแลผิวใน Routine ประจำวัน

สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อดูแลผิวลูก Baby Pure Glow ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ดูแลผิวเด็กใน 3 ด้าน ได้แก่ ลดอารแสบคัน เติมผิวเนียนใส พร้อมเสริมเกราะปกป้องผิว สูตรมีส่วนผสมที่เลือกมาเพื่อการดูแลผิวและสามารถใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ใน Routine ประจำวันตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์

สำหรับเด็กที่มีผิวแห้งหรือ แพ้ง่าย อาจใช้หลังอาบน้ำหรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อช่วยให้การดูแลผิวเป็นเรื่องง่ายและต่อเนื่องมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Baby Pure Glow เป็น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ไม่ใช่ยา และไม่ใช้สำหรับวินิจฉัยหรือรักษาสาเหตุของผื่น หากลูกมีผื่นผิดปกติ เป็นมาก หรือไม่ทราบสาเหตุ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ลูกผิวแพ้ง่าย ควรทาครีมทุกวันไหม?

เด็กที่มีผิวแห้งหรือระคายเคืองง่ายสามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำได้ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ เพราะการใช้มอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอเป็นส่วนสำคัญของการดูแลผิวแห้งและ eczema ในเด็ก.

ปลอบประโลมผิว หมายถึงรักษาผื่นไหม?

คำว่า ปลอบประโลมผิว ในผลิตภัณฑ์บำรุงควรเข้าใจว่าเป็นการช่วยดูแลให้ผิวรู้สึกสบายและได้รับความชุ่มชื้น ไม่ได้หมายถึงการรักษาโรคผิวหนังหรือผื่นทุกชนิด.

ผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยงอะไร?

ซับผิวเบาๆ แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ในช่วงที่ผิวยังมีความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ผิวแห้งนานหรือถูด้วยผ้าขนหนูแรงๆ.

Baby Pure Glow ใช้เฉพาะตอนลูกมีผื่นไหม?

ไม่จำเป็น Baby Pure Glow ถูกออกแบบให้เป็นครีมบำรุงผิวที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Routine ประจำวัน เพื่อดูแลความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีผื่นก่อนจึงเริ่มดูแล.

ผิวแพ้ง่ายดูแลได้ด้วย Routine ที่อ่อนโยนและสม่ำเสมอ

การดูแลลูกที่มีผิว แพ้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากผลิตภัณฑ์จำนวนมาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ทำได้ทุกวัน ตั้งแต่อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น ลดการถูผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน จัดการเหงื่อและการเสียดสี และเติมความชุ่มชื้นเป็นประจำ.

หากต้องการเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ใน Routine Baby Pure Glow เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับการดูแลและ ปลอบประโลม ผิวเด็ก พร้อมเติมความชุ่มชื้นในแต่ละวัน แต่ถ้าผิวลูกมีอาการผิดปกติ คันมาก ผื่นลาม มีแผล หรือเป็นซ้ำบ่อย อย่าเพิ่งเปลี่ยนครีมไปเรื่อยๆ ควรให้แพทย์ช่วยหาสาเหตุก่อน เพื่อให้การดูแลตรงกับปัญหาของลูกมากที่สุด.

หากต้องการดูแลลูกน้อยให้ครบมากขึ้น นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวแล้ว ยังสามารถเลือกดูผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สำหรับเด็กจาก Promom ได้ที่หน้ารวมสินค้า เพื่อเลือกตัวช่วยให้เหมาะกับความต้องการของลูกในแต่ละช่วงวัย

เรื่องราวดีๆจาก Promom

เจ้าของบทความ

Promom Content Team

หรือติดตามได้ที่เพจ Promom Thailand

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก Promom

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Nutri Plus 41&42 เพิ่มน้ำนมแม่

สำหรับคุณแม่หลังคลอด จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Multi-IMMU 24+ (เด็กโต) ลดภูมิแพ้

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Multi-IMMU 24 (เด็กเล็ก) ลดภูมิแพ้

สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

DHA Probio 9+ (เด็กโต) พัฒนาสมอง

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

DHA Probio 9 (เด็กเล็ก) พัฒนาสมอง

สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

Promom ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

Cal-D-KII 6+ เพิ่มความสูง

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป จัดส่งฟรี

แหล่งข้อมูล

... สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.
ติดต่อโปรมัม
...
...
...

โทรศัพท์: 02 114 8788

อีเมลล์: [email protected]

...
...
Professional Mom (Thailand) Co., Ltd. เลขที่ 117 ซอยศูนย์การค้าสาย 4 ถนนสุขุมวิท ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000.