ภูมิแพ้อากาศในเด็ก พ่อและแม่ควรดูแลลูกอย่างไรบ้าง ทานอะไรช่วยป้องกันอาการแพ้อากาศ

ลูกแพ้อากาศ

โรคแพ้อากาศ คืออะไร อาการเป็นอย่างไร และสามารถรักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง บทความนี้มีคำตอบ


โรคแพ้อากาศ คืออะไร?

โรคแพ้อากาศหรือโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนไทยสูงถึงร้อยละ 60 โดยโรคนี้จะทำให้เนื้อเยื่อของจมูกมีอาการอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากการสูดดมฝุ่น ควัน หรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าไปยังระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อโพรงจมูก ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ผู้ที่มีอาการแพ้อากาศ จะมีความอ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ หรือควัน เป็นต้น ค่อนข้างไวกว่าคนทั่วไป


อาการแพ้อากาศเป็นอย่างไร

โรคแพ้อากาศในเด็ก หรือ อาการลูกแพ้อากาศที่สามารถพบได้บ่อย คือ จาม มีน้ำมูกใส คัดจมูก ซึ่งอาจเป็นช่วงใดช่วงหนึ่งของแต่ละวัน หรือช่วงที่ได้รับสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ โดยมักจะเป็นในช่วงเวลาตอนเช้าและกลางคืน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คันตา คันคอ และเพดานปาก มีเสมหะไหลลงคอ รวมทั้งในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ เจ็บที่ด้านหลังของหู หูอื้อ หรืออ่อนเพลียทุกครั้งหลังตื่นนอน


สาเหตุที่ทำให้แพ้อากาศ

อาการแพ้อากาศนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากอากาศโดยตรง แต่เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในอากาศ ได้แก่ ฝุ่น ขนสัตว์ หรือละอองของเกสรดอกไม้ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในบริเวณที่อยู่อาศัย


โดยสาเหตุที่ทำให้แพ้อากาศ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ข้อ ดังนี้

  • พันธุกรรม สำหรับผู้ที่คุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้มาก่อน ก็จะเพิ่มโอกาสให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 50 – 70%
  • สภาพแวดล้อม และโภชนาการ หากพักอยู่อาศัยในบริเวณที่มีสารก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้สูง ก็จะทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การได้รับควันบุหรี่ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย และยังเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งการได้รับโปรตีนแปลกปลอมในระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา หรือในวัยทารก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ลูกเป็นภูมิแพ้ ได้เช่นกัน


วิธีการรักษาอาการแพ้อากาศ

สำหรับวิธีการรักษาอาการแพ้อากาศ ควรให้ลูกหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และถ้าหากพบว่าโรคแพ้อากาศส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ และการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบพาลูกเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา และตรวจวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด ซึ่งแนวทางการรักษาของแพทย์มีวิธีการ ดังนี้

  • รับประทานยา การรับประทานยาเพื่อลดอาการแพ้ คัดจมูก หรือลดน้ำมูก ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ทำให้ตัวยาสามารถส่งผลข้างเคียงและเป็นอันตรายได้
  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก สามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบของโพรงจมูกได้ แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและสั่งยาให้เท่านั้น
  • ฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy) สำหรับวิธีนี้แพทย์จะทำการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายด้วยปริมาณตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อช่วยให้อาการแพ้ของผู้ป่วยเบาลง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวิธีรักษาสำหรับผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


เด็กแพ้อากาศกี่วันหาย ระยะเวลาการรักษาโรคแพ้อากาศนานไหม

หากพบว่าลูกมีอาการเข้าข่ายของการเป็นโรคแพ้อากาศหรือเป็นภูมิแพ้ คุณพ่อคุณแม่อาจอยากทราบว่า เด็กแพ้อากาศกี่วันหาย หรือสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ โดยระยะเวลาในการรักษายังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่ากี่วันถึงจะหายดี เพราะขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ได้นานแค่ไหน หากเลือกวิธีการรักษาด้วยการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกจะช่วยลดอาการได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ในการป้องกันโรคนี้ นากจากนี้ การฉีดวัคซีนภูมิแพ้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ก็ป้องกันอาการภูมิแพ้อากาศได้ประมาณ 3 – 5 ปี โดยโรคแพ้อากาศสามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีกครั้งได้เช่นเดียวกัน


วิธีการรักษาโรคแพ้อากาศที่ดี คือ การเฝ้าติดตามอาการแพ้ของลูกอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และดูแลสิ่งแวดล้อมบริเวณที่อยู่อาศัยให้ปลอดโปร่ง มีสารก่อภูมิแพ้น้อยที่สุด เพื่อช่วยให้อาการลดลงหรืออาจสามารถหายขาดได้ หากคุณแม่ดูแลลูกรักเป็นอย่างดี และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้ลูกรักสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ


อาหารช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้อากาศ

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยลดหรือป้องกันอาการภูมิแพ้อากาศ รวมทั้งยังมีประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี มาดูกันว่าจะมีกลุ่มอาหารประเภทใดบ้าง

  • กลุ่มวิตามินเอ ผักและผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม สีส้ม หรือสีเหลือง เช่น แคนตาลูป มะม่วงสุก ฟักทอง แครอท เป็นต้น ช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างเนื้อเยื่อบุในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหารและทางเดินหายใจให้มีความสมดุล
  • กลุ่มวิตามินซี ผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี ตำลึง กะหล่ำปลี ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มีส่วนช่วยให้ร่างกายสร้างสารฮีสตามีนเพื่อป้องกันอาการภูมิแพ้
  • กลุ่มโปรตีน พบมากในเนื้อสัตว์ เช่น อกไก่ เนื้อหมู และไข่ไก่ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • กลุ่มซีลิเนียม พบมากในพืชตระกูลหอม เช่น หอมแดง หอมหัวใหญ่ เป็นต้น ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ หรือสารกระตุ้นภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี
  • กลุ่มโอเมก้า 3 พบมากในปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ช่วยปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถตอบสนองต่อสารแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดี
  • กลุ่มฟลาโวนอยด์เควอเซทิน พบมากในพืชตระกูลหอม และกระเทียม หรือในผักกาดหอม แครอท และแอปเปิ้ล เป็นต้น ช่วยลดการอักเสบ ต้านทานอาการแพ้ และยับยั้งการปล่อยสารฮีสตามีนที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้


จากคำแนะนำข้างต้นนี้ หลายคนอาจแพ้อาหารบางชนิดที่ได้ยกตัวอย่างไป อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาว่าสามารถรับประทานอาหารประเภทใดทดแทนได้บ้าง นอกจากการรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้อากาศได้


อาหารเสริมสำหรับรักษาภูมิแพ้อากาศ

สำหรับเด็ก ๆ บ้านไหนที่ต้องเผชิญกับปัญหาโรคภูมิแพ้อากาศอยู่เป็นประจำ เชื่อเลยว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามหาวิธีมากมายเพื่อช่วยให้ลูกหายขาดจากโรคนี้ เพราะอาการของโรคภูมิแพ้อากาศมีผลต่อการมใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก นอกจากการปรับพฤติกรรม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว การเลือกเสริมโภชนาการที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน หรือให้ลูกรับประทาน ผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันสำหรับเด็ก ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก มีส่วนประกอบของสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ที่ส่งผลดีต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ก็จะช่วยให้ลูกรักห่างไกลจากภูมิแพ้ชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะภูมิแพ้อากาศ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนรู้ของลูกรัก

แหล่งข้อมูล

RECOMMENDED

ผลิตภัณฑ์แนะนำสำหรับคุณแม่และลูกรัก

ติดตามและรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โปรโมชันและความรู้ดี ๆ ก่อนใครได้ที่นี่

ติดตาม Promom