ลูกเป็นหวัด น้ำมูกไหล ไม่หายสักที ไม่อยากให้ลูกน้ำมูกไหล ทำอย่างไร

อาการเป็นหวัด น้ำมูกไหล

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ แบบนี้ เด็ก ๆ ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง หรือเป็นภูมิแพ้ ก็จะมีน้ำมูกไหลให้คุณแม่เห็นอยู่เป็นประจำ แล้วถ้าเกิดลูกน้ำมูกไหลไม่หายสักที ต้องทำอย่างไร หรือควรกินอะไรที่ช่วยให้ลูกแข็งแรงมากขึ้น หาคำตอบได้ในบทความนี้


น้ำมูกไหล เกิดจากอะไร 

น้ำมูกไหล เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายเกิดความผิดปกติ โดยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ โดยน้ำมูกอาจมีลักษณะและสีที่แตกต่างกันตามอาการของโรค เช่น ไข้หวัด แพ้อากาศ ไซนัสอักเสบ จมูกอักเสบ หรือไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น แต่บางครั้งก็อาจพบว่ามีน้ำมูกไหลตอนเช้าทุกวัน หรือตอนรับประทานอาหารรสเผ็ดจัดได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกที่สามารถกระตุ้นให้น้ำมูกไหลได้อีก เช่น สูบบุหรี่ ใช้ยาพ่นจมูก หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา เป็นต้น


น้ำมูกจะมีลักษณะเป็นเมือกเหลวอยู่ในบริเวณโพรงจมูกหรือทางเดินหายใจ ทำหน้าที่ดักจับสิ่งแปลกปลอมที่ปะปนอยู่ในอากาศที่เราหายใจเข้ามา เช่น ฝุ่นละออง สารเคมี ควัน เขม่า รวมถึงเชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งการที่น้ำมูกไหลออกมาจากจมูก ถือเป็นหนึ่งในกลไกปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคต่าง ๆ โดยในน้ำมูกประกอบด้วยสารที่สามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ และบางครั้งนอกจากน้ำมูกไหลแล้ว ยังอาจพบอาการอื่น ๆในระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น เป็นหวัด คัดจมูก ไอ จาม มีเสมหะ เจ็บคอ เป็นต้น


คัดจมูก มีน้ำมูกไหล ทำไงดี

สำหรับอาการน้ำมูกไหลทั่วไปจะหายได้ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด และ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ แต่ถ้าหากมีอาการน้ำมูกไหลจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น จากโรค หรือจากสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องรับประทานยาลดน้ำมูก หรือยาแก้แพ้ ซึ่งก่อนรับประทานยาควรขอรับคำปรึกษาจากเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับอาการ


ลูกเป็นหวัด น้ำมูกไหล ไม่หายสักที

แม้อาการน้ำมูกไหลอาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนัก แต่ถ้าหากคุณแม่พบว่าลูกรักมีน้ำมูกไหลเป็นประจำ หรือกว่าจะหายเป็นปกติมักใช้เวลานาน ดังนั้น นอกจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหล เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดบริเวณบ้านเป็นประจำเพื่อลดปริมาณฝุ่น ไรฝุ่น และแบคทีเรียต่าง ๆ แล้ว คุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย และหาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการน้ำมูกไหลอย่างละเอียดอีกครั้ง


สีน้ำมูก บอกโรคอะไรได้บ้าง

คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า สีน้ำมูก และลักษณะของน้ำมูก สามารถบ่งบอกปัญหาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ ดังนี้

  • น้ำมูกใส เป็นน้ำมูกที่เกิดขึ้นจากหวัด การติดเชื้อในทางเดินหายใจ หรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
  • น้ำมูกสีขาวขุ่น มีลักษณะขาวขุ่น ข้น เหนียว เกิดจากเยื่อบุจมูกบวม และน้ำมูกถูกขังอยู่ในโพรงจมูกเป็นเวลานาน หรืออีกกรณีหนึ่งคือเกิดจากร่างกายขาดน้ำทำให้น้ำมูกมีลักษณะเหนียวข้น แก้ไขได้ด้วยการดื่มน้ำมากขึ้น และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นประจำ
  • น้ำมูกสีเหลือง เป็นน้ำมูกที่มีสีเหลืองข้น หรือมีสีเหลืองแต่ใส มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อในโพรงจมูก และบริเวณไซนัส หากมีน้ำมูกลักษณะนี้นานเกิน 7 วัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา และรับประทานยาตามอาการของโรคที่ตรวจพบ
  • น้ำมูกสีเขียว เป็นน้ำมูกของผู้ที่มีอาการติดเชื้อในโพรงจมูกอย่างรุนแรง หรือมีน้ำมูกไหลนานกว่า 2 สัปดาห์ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา และรับประทานยาตามอาการอย่างเหมาะสม     
  • น้ำมูกปนเลือด อาจเกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก มีการอักเสบในโพรงจมูก เยื่อบุจมูกแห้ง มีเนื้องอกในโพรงจมูก หรืออาจเกิดจากการสั่งน้ำมูกแรงเกินไป หากพบน้ำมูกปนเลือดบ่อย ๆ หรือมีเลือดออกจากจมูกมากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุทันที


นอกจากการสังเกตสีของน้ำมูกแล้ว หากพบว่ามีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ ไอหนัก หรือท้องเสีย นานเกิน 2 – 3 วัน ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง


ลูกคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัดบ่อย ควรรับมืออย่างไร

การดูแลให้ลูกมีสุขภาพดี ไม่เป็นหวัดบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของน้ำมูกไหล เริ่มต้นง่าย ๆ ได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน เน้นทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง และแร่ธาตุที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพของลำไส้ด้วย อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ที่มีส่วนประกอบของ โพรไบโอติกส์ (Probiotics) สายพันธุ์ที่มีความโดดเด่นในด้านการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และยังจำเป็นต้องรับประทานควบคู่กับ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติกส์ ที่จะช่วยให้โพรไบโอติกส์เจริญเติบโตดี และทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ


เมื่อลูกรักมีสุขภาพดี มีเกราะภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง จะไม่ก่อให้เกิดอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล รวมทั้งไม่เจ็บป่วยง่าย ห่างไกลจากอาการภูมิแพ้ และไม่เป็นหวัดบ่อย ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ และเรียนรู้ได้อย่างไร้อุปสรรคจากปัญหาสุขภาพ


บทความที่คุณแม่ควรอ่านเพิ่มเติม

– ภูมิแพ้อากาศในเด็ก พ่อและแม่ควรดูแลลูกอย่างไรบ้าง ทานอะไรช่วยป้องกันอาการแพ้อากาศ

– ปอดอักเสบในเด็ก สังเกตอย่างไร ลูกหายใจหอบเหนื่อย อันตรายหรือไม่

แหล่งข้อมูล

RECOMMENDED

ผลิตภัณฑ์แนะนำสำหรับคุณแม่และลูกรัก

ติดตามและรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โปรโมชันและความรู้ดี ๆ ก่อนใครได้ที่นี่

ติดตาม Promom