แคลเซียมกับวิตามิน D3K2 ทำไมสำคัญกับเด็ก?
เรื่องราวดีๆจาก Promom สำหรับคุณแม่และลูกน้อย
เวลาพ่อแม่เริ่มดูแลเรื่องความสูง กระดูก หรือฟันของลูก คำว่า “แคลเซียม” มักเป็นสิ่งแรกที่นึกถึง หลายบ้านจึงพยายามให้ลูกดื่มนมทุกวัน หรือมองหาผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริง กระดูกของเด็กไม่ได้ต้องการแคลเซียมเพียงอย่างเดียว
ร่างกายยังต้องใช้วิตามินดีเพื่อช่วยดูดซึมแคลเซียม และต้องมีสารอาหารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างกระดูกด้วย วิตามิน K2 จึงเป็นอีกชื่อที่พ่อแม่เริ่มเห็นบ่อยในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก โดยเฉพาะสูตรที่รวม Calcium + Vitamin D3 + Vitamin K2 ไว้ด้วยกัน
Promom อยากชวนพ่อแม่มาทำความเข้าใจว่าแคลเซียม วิตามิน D3 และวิตามิน K2 มีบทบาทแตกต่างกันอย่างไร เด็กทุกคนจำเป็นต้องเสริมหรือไม่ และควรดูแลเรื่องกระดูกของลูกจากพื้นฐานใดก่อน
แคลเซียมสำคัญกับกระดูกเด็กอย่างไร?
แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายนำไปใช้สร้างกระดูกและฟัน โดยแคลเซียมส่วนใหญ่ในร่างกายถูกเก็บอยู่ในกระดูกและฟัน นอกจากเรื่องโครงสร้างกระดูกแล้ว แคลเซียมยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการแข็งตัวของเลือดด้วย
ในวัยเด็ก ร่างกายกำลังสร้างมวลกระดูกอย่างต่อเนื่อง เด็กจึงควรได้รับแคลเซียมจากอาหารอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน แหล่งแคลเซียมที่พบได้บ่อย ได้แก่ นม โยเกิร์ต ชีส ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานได้ทั้งกระดูก เต้าหู้บางชนิด งา และอาหารที่เสริมแคลเซียม
ความต้องการแคลเซียมจะแตกต่างตามอายุ เด็กอายุ 1–3 ปีควรได้รับแคลเซียมประมาณ 700 มิลลิกรัมต่อวัน เด็กอายุ 4–8 ปีควรได้รับประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และเด็กอายุ 9–18 ปีควรได้รับประมาณ 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน โดยควรนับรวมจากอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมด
แต่การได้รับแคลเซียมมากกว่าความต้องการไม่ได้แปลว่าลูกจะสูงเร็วขึ้นหรือมีกระดูกแข็งแรงขึ้นทันที เพราะร่างกายต้องอาศัยสารอาหารอื่น การเคลื่อนไหว และสุขภาพโดยรวมร่วมด้วย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามเพิ่มแคลเซียมให้ได้มากที่สุด แต่คือการดูแลให้ลูกได้รับอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
วิตามิน D3 ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
แคลเซียมจากอาหารจะถูกนำไปใช้ได้ดีเมื่อร่างกายดูดซึมได้อย่างเหมาะสม วิตามินดีจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมจากระบบทางเดินอาหาร และช่วยรักษาระดับแคลเซียมกับฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูก
Vitamin D3 หรือ Cholecalciferol เป็นวิตามินดีรูปแบบหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด นอกจากนี้ยังพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น ปลาที่มีไขมันสูง ไข่แดง และอาหารหรือเครื่องดื่มที่เสริมวิตามินดี
เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามินดีประมาณ 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัมต่อวัน ส่วนทารกอายุต่ำกว่า 1 ปีควรได้รับประมาณ 400 IU หรือ 10 ไมโครกรัมต่อวัน
วิตามินดีจึงไม่ใช่ตัวช่วยเพิ่มความสูงโดยตรง แต่เป็นสารอาหารที่ช่วยให้ร่างกายใช้แคลเซียมได้อย่างเหมาะสม หากได้รับไม่เพียงพอต่อเนื่อง กระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างกระดูกก็อาจได้รับผลกระทบได้ โดยเฉพาะในเด็กที่มีข้อจำกัดด้านอาหารหรือได้รับแสงแดดน้อยมาก
วิตามิน K2 เกี่ยวข้องกับกระดูกอย่างไร?
วิตามินเคเป็นกลุ่มวิตามินที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของโปรตีนหลายชนิดในร่างกาย รวมถึงโปรตีนที่มีบทบาทต่อสุขภาพกระดูก หนึ่งในนั้นคือ Osteocalcin ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อกระดูกและต้องอาศัยวิตามินเคในกระบวนการทำงานตามปกติ
Vitamin K2 เป็นหนึ่งในรูปแบบของวิตามินเค พบได้ในอาหารหมักบางชนิด ผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางประเภท และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางสูตร ขณะที่วิตามินเคโดยรวมยังพบได้ในผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี และผักใบสีเขียวอื่น ๆ
เด็กอายุ 1–3 ปีควรได้รับวิตามินเคประมาณ 30 ไมโครกรัมต่อวัน เด็กอายุ 4–8 ปีควรได้รับประมาณ 55 ไมโครกรัมต่อวัน และเด็กอายุ 9–13 ปีควรได้รับประมาณ 60 ไมโครกรัมต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่า Vitamin K2 เป็นสารอาหารที่รับประทานแล้วจะ “พาแคลเซียมเข้ากระดูก” ได้ทันที หรือช่วยเพิ่มความสูงอย่างเฉพาะเจาะจง เพราะร่างกายมีกระบวนการสร้างกระดูกที่ซับซ้อน และผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับอาหารโดยรวม การเคลื่อนไหว การนอน สุขภาพ และพันธุกรรมของเด็กแต่ละคนด้วย
ทำไมแคลเซียม วิตามิน D3 และ K2 จึงมักอยู่ในสูตรเดียวกัน?
ผลิตภัณฑ์บางสูตรนำแคลเซียม วิตามิน D3 และวิตามิน K2 มาไว้ด้วยกัน เพราะสารอาหารแต่ละชนิดมีบทบาทต่างกันในภาพรวมของสุขภาพกระดูก ไม่ได้หมายความว่าต้องได้รับจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น เด็กส่วนใหญ่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้จากอาหารหลากหลายชนิดในแต่ละวันได้
| สารอาหาร | มีบทบาทอย่างไร | แหล่งที่พบได้ในชีวิตประจำวัน |
| แคลเซียม | เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน | นม โยเกิร์ต ชีส ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ งา |
| วิตามิน D3 | ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น | แสงแดด อาหารทะเล ไข่แดง อาหารเสริมวิตามินดี |
| วิตามิน K2 | เกี่ยวข้องกับการทำงานของโปรตีนบางชนิดในกระดูก | อาหารหมักบางชนิด ผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางประเภท |
หากอธิบายแบบเข้าใจง่าย แคลเซียมเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของกระดูก วิตามิน D3 ช่วยสนับสนุนให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ ส่วนวิตามิน K2 เกี่ยวข้องกับโปรตีนที่ทำงานในเนื้อเยื่อกระดูก แต่ทั้งสามอย่างยังต้องทำงานร่วมกับโปรตีนจากอาหาร กิจกรรมทางกาย และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
เด็กทุกคนจำเป็นต้องเสริม Vitamin D3K2 ไหม?
เด็กทุกคนไม่จำเป็นต้องเสริม Vitamin D3K2 เสมอไป หากลูกได้รับอาหารหลากหลาย มีแหล่งแคลเซียมในแต่ละวัน รับประทานโปรตีนได้เพียงพอ และไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรืออาหารเป็นพิเศษ ก็อาจได้รับสารอาหารกลุ่มนี้จากอาหารตามปกติได้
แต่ในชีวิตจริง เด็กบางคนดื่มนมน้อย ไม่ชอบโยเกิร์ตหรือชีส แพ้อาหารบางชนิด กินอาหารจำกัดชนิด หรือเลือกกินมากจนพ่อแม่กังวลว่าได้รับสารอาหารไม่ครบ การพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงอาจมีประโยชน์ในบางกรณี โดยควรเริ่มจากดูพฤติกรรมการกินของลูกก่อน
ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พ่อแม่ควรเช็กว่า
- สูตรนั้นเหมาะกับอายุของลูกหรือไม่
- ลูกได้รับแคลเซียมและวิตามินดีจากอาหาร นม หรือผลิตภัณฑ์ตัวอื่นอยู่แล้วมากน้อยแค่ไหน
- ฉลากระบุปริมาณสารอาหารต่อวันและวิธีรับประทานอย่างชัดเจนหรือไม่
- ลูกมีโรคประจำตัว ใช้ยาต่อเนื่อง หรือมีประวัติแพ้อาหารหรือไม่
หากลูกมีโรคไต ภาวะดูดซึมผิดปกติ เคยมีระดับแคลเซียมในเลือดผิดปกติ หรืออยู่ระหว่างใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้ได้รับปริมาณสารอาหารที่เหมาะกับสุขภาพของลูกจริง ๆ
ดูแลกระดูกลูกจากมื้ออาหารได้อย่างไร?
การดูแลสุขภาพกระดูกของลูกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเมนูพิเศษที่ยุ่งยาก พ่อแม่สามารถค่อย ๆ จัดให้ลูกได้รับอาหารหลากหลายขึ้นจากมื้อปกติ เช่น
- เพิ่มนม โยเกิร์ต หรือผลิตภัณฑ์จากนมตามที่ลูกกินได้
- สลับโปรตีนจากไข่ ปลา ไก่ เนื้อสัตว์ เต้าหู้ และถั่ว
- ใส่ผักใบเขียวในเมนูที่ลูกคุ้นเคย เช่น ไข่เจียว ซุป หรือข้าวผัด
- เลือกผลไม้เป็นของว่างบ้าง แทนขนมหรือเครื่องดื่มหวานทุกวัน
- ให้ลูกได้เล่นกลางแจ้งและขยับร่างกายอย่างเหมาะสมกับวัย
เด็กไม่จำเป็นต้องกินทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบในทันที สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ค่อย ๆ สร้างความหลากหลายของอาหารในภาพรวม และไม่ทำให้มื้ออาหารกลายเป็นช่วงเวลาที่เด็กเครียดหรือถูกบังคับเกินไป
นอกจากอาหารแล้ว เด็กและวัยรุ่นควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน โดยเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับวัยและเป็นสิ่งที่ลูกสนุก เช่น วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน เต้น ว่ายน้ำ กระโดดเชือก หรือเล่นกีฬากับเพื่อน เพื่อให้ร่างกายได้ใช้กระดูกและกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
Cal-D KII 6+ และ Cal-D Kiiz ช่วยอยู่ตรงไหน?
เมื่อพ่อแม่ดูแลอาหารหลักของลูกแล้ว แต่ยังพบว่าลูกมีข้อจำกัดในการได้รับแคลเซียมหรือวิตามินดีจากอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่นำมาใช้เสริม Routine ได้
Cal-D Kiiz และ Cal-D KII 6+ เป็นตัวเลือกสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการดูแลสารอาหารกลุ่มแคลเซียม วิตามิน D3 และวิตามิน K2 ให้เหมาะกับวัยของลูก โดยควรเลือกสูตรและปริมาณตามอายุ รวมถึงวิธีรับประทานบนฉลาก ผลิตภัณฑ์มีหน้าที่ช่วยเสริมสารอาหาร ไม่ใช่ยาเพิ่มความสูง และไม่ควรใช้ทดแทนอาหารมื้อหลัก การนอน หรือกิจกรรมทางกาย
ดูแลให้ครบในทุกวัน สำคัญกว่าการเร่งให้สูง
แคลเซียม วิตามิน D3 และวิตามิน K2 ต่างมีบทบาทในคนละส่วนของสุขภาพกระดูกและฟันเด็ก แต่ไม่มีสารอาหารชนิดใดทำให้เด็กสูงขึ้นได้ด้วยตัวเอง การเติบโตที่ดีจึงควรเริ่มจากอาหารหลากหลาย การนอนที่พอ การเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ และการติดตามสุขภาพตามวัย
Promom เชื่อว่าการดูแลลูกไม่ควรเริ่มจากความกังวลว่าเด็กต้องสูงกว่าใคร แต่คือการช่วยให้ลูกได้รับพื้นฐานที่เหมาะกับวัยและเติบโตเต็มศักยภาพของตัวเอง หากลูกเลือกกินมาก ดื่มนมน้อย หรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร สามารถดูผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็กของ Promom เพื่อศึกษาตัวช่วยด้านโภชนาการที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัยได้ครับ
คำถามที่พบบ่อย
แคลเซียมกับ Vitamin D3K2 ช่วยให้ลูกสูงขึ้นไหม?
แคลเซียม วิตามิน D3 และวิตามิน K2 มีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพกระดูกและการเติบโตตามวัย โดยเฉพาะในเด็กที่ได้รับสารอาหารกลุ่มนี้จากอาหารไม่เพียงพอ แต่ไม่สามารถทำให้เด็กสูงเกินศักยภาพทางพันธุกรรม หรือรับประกันความสูงตามตัวเลขที่กำหนดได้ครับ
เด็กดื่มนมทุกวัน ยังต้องเสริมแคลเซียมไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน เพราะควรดูปริมาณนมและอาหารที่ได้รับตลอดวันร่วมกัน เด็กบางคนอาจได้รับแคลเซียมจากนมและอาหารเพียงพออยู่แล้ว แต่หากลูกดื่มนมน้อย กินอาหารจำกัดชนิด หรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร อาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินความจำเป็นในการเสริมได้ครับ
Vitamin D3 กับ Vitamin D2 ต่างกันอย่างไร?
ทั้ง Vitamin D3 และ Vitamin D2 เป็นวิตามินดีที่ช่วยสนับสนุนการดูดซึมแคลเซียม แต่มีแหล่งที่มาและรูปแบบต่างกัน Vitamin D3 พบได้จากแสงแดดและอาหารจากสัตว์บางชนิด ขณะที่ Vitamin D2 มักพบในพืชหรือเห็ดบางชนิด การเลือกผลิตภัณฑ์ควรดูปริมาณวิตามินดี วิธีรับประทาน และอายุที่ระบุบนฉลากเป็นหลัก
เด็กต้องเสริม Vitamin K2 ทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะเด็กสามารถได้รับวิตามินเคจากอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะผักใบเขียว การเสริม Vitamin K2 ควรพิจารณาจากภาพรวมการกินของลูก อายุ และข้อจำกัดเฉพาะบุคคล หากลูกมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนครับ
Cal-D Kiiz กับ Cal-D KII 6+ ใช้แทนอาหารได้ไหม?
ไม่สามารถทดแทนได้เนื่องจาก Cal-D Kiiz และ Cal-D KII 6+ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้ช่วยเติมสารอาหารบางส่วนตามความเหมาะสม ไม่สามารถใช้แทนอาหารหลัก โปรตีนจากมื้ออาหาร การนอนที่เพียงพอ หรือกิจกรรมทางกายของเด็กได้
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก Promom
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก
บทความอื่นๆที่น่าสนใจ
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเด็ก คิดค้นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กและพัฒนาจากองค์ความรู้ ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักโภชนาการเด็ก





สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.




